[คำสารภาพ]
.
.
.
ทุกเช้าที่ผมตื่นขึ้นมาต้องพบกับความทุกข์ทน
ความฝันยามค่ำคืนซึ่งปลอบประโลมผมจางหายไป
เสียงนกร้องข้างหน้าต่างเป็นเสียงไม่น่าภิรมย์
ลำแสงอ่อนจางที่ทอดยาวผ่านม่านขาวระบายไหว..มันช่างแสบนัยน์ตา
ถ้านั่งนิ่งอย่างนี้ต่อไปไม่รับรู้อะไรจะดีแค่ไหน..
เป็นเพียงตุ๊กตาที่ไร้วิญญา จะถูกนำพาชักจูงไปทางไหนก็ตามแต่
อย่างไรเสียทุกวันนี้ชีวิตผมก็มิได้ต่างจากตุ๊กตาตัวน้อยเหล่านั้น
ปึกกระดาษสี่เหลี่ยมผืนผ้าว่างอยู่ที่โต๊ะหัวเตียง
เจ้าของกระดาษเหล่านี้คงทิ้งไว้ให้ผม..เขาจะรู้ไหมว่าผมไม่ได้ต้องการมันเลย
เจ้ากระดาษเหล่านี้มีกลิ่นที่แปลกออกไปจากกระดาษอื่น..มันเป็นที่ปรารถนาของคนส่วนมาก
กระดาษที่บันดาลนานาให้เกิดผล ผมมองมันอย่างไม่เข้าใจ
รู้สึกชิงชังในรูปร่างของมันอย่างควบคุมไม่ได้แต่ชีวิตต่ำหยาบของผมก็ต้องพึ่งมันอยู่ดี
ขาดมันไม่ได้..
ผมปล่อยให้มันนอนนิ่งอยู่อย่างนั้น..เราทั้งสองเผชิญหน้ากันอยู่ในความเงียบยามเช้าตรู่
ผมเอง..ผมเบือนสายตาออกมาก่อน รอยยับย่นทุกจีบบนผ้าปูเตียงแสดงร่องรอยเหตุการณ์เมื่อคืน ผมมองรอยที่พาดยาว ผ้าปูสีขาวสะอ้านซ้อนทับกับอารมณ์สีเปรอะ มันไม่ได้ขาวดั่งที่มันเป็น..ทุกสีของอารมณ์ปรารถนาย้อมฉาบมันทุกค่ำคืน
...ฝังลงทุกเส้นใยผมเอื้อมมือลูบมันอย่างถนอมสุด เนื้อเนียนนุ่มพร่างพราวอยู่ใต้ฝ่ามือ ราวกับมันกำลังกระซิบเรื่องราวที่เกิดขึ้นในรอยผ้า
กี่ครั้งที่ผมต้องตื่นจากฝัน....ทั้งร้ายทั้งดี แรงสั่นสะเทือนจากแผ่นหลังหรือว่าช่องอกเคยระบายแต้มที่เตียงนี้ทั้งนั้น แม้แต่หยดน้ำที่เล็กที่สุดของหน่วยตาก็เคยฝากฝังรูปรอยไว้เช่นกัน ผมผละออกจากเตียงกว้างสีขาว กองเสื้อผ้าระรานพื้นผิวห้องผมหยิบมันขึ้นอ้อมแขน เปลือกของร่างกายที่ต้องซักถูกโยนลงตะกร้าสานทรงสูง หากว่าร่างกายของผมถอดซักอย่างนี้ได้..ผมคงโยนมันลงไปด้วยเช่นกัน
ฟังสิ...นิ่งฟัง
รอบกายผมมีเพียงกำแพงสี่ด้านสีขาว รูปประดับกรอบขาวมีรูปผู้หญิงเดี่ยวดาย หล่อนเปลือย..ผมก็เช่นกัน เขาว่ากันว่าหล่อนเป็นเทพีแห่งความรัก เป็นเทพีที่รักระเริงแต่ทำไมหล่อนถึงปรากฏกายอย่างโดดเดี่ยวทุกครั้ง สายตาของผมไล่มองตามเส้นสายลายไม้ของมัน แม้แต่ส่วนที่ละเอียดอ่อนที่สุดอย่างขนตาก็ยิ่งตวัดออกมาได้สมจริง
คนที่วาดมันขึ้นมา..หลงรักหล่อนผู้นี้หรือเปล่า รักหล่อนไปแล้วใช่ไหม...ถึงได้ให้หล่อนอ้างว้างในกรอบมน
ครอบครอง...?ดวงตาที่เรียวรูปและริมฝีปากที่เผยอรับริมฝีปากชายชู้อย่างยวนเย้า มันทำให้ผมริษยา
ผมเอง..ผมเบือนสายตาออกมาก่อน
สองเท้าก้าวเข้าไปในห้องครัวที่สวยงามราวกับห้องรับแขก เหลี่ยมมุมของโต๊ะสูงสะท้อนเงากับแสงอาทิตย์ ห้องนี้สว่างไสว...แม้ว่าผิวของผมเมื่อต้องแสงมันจะโปร่งใสดุจเลือนหายได้ในทุกวินาทีแต่ผมก็รู้สึกว่ามันด้อยทึบ กล่องสีขาวใบเล็กคืออาหารสำเร็จรูปจากร้านค้า มันวางบนโต๊ะกระจกใส ใช้เวลาไม่กี่นาทีหากต้องการจะทาน แค่เอามันใส่กล่องสี่เหลี่ยมไฟฟ้าที่คอยอ้ารับกล่องอาหาร หลังจากที่มันเสพจนพอใจมันจะร้องเตือนให้เรานำซากร้อนฉ่าออกมา และแล้วไฟเรืองก็จะดับลง
นิ่งมองอยู่ชั่วครู่ ถึงอย่างไรก็ควรนำมันใส่กระเพาะว่างเปล่าของผม เพื่อที่ร่างกายนี้จะนำมาแปรเปลี่ยนเป็นพลังงานต่อไป
แม้น้อยนิด...ผมหันหลังจากห้องอาหารที่กว้างใหญ่ทว่าว่างเปล่า กลับสู่ห้องนอนสีขาวเปลี่ยวเปลือยอีกครั้ง แสงสว่างเต็มเติมห้องจนล้น..ความอุ่นของแสงตะวันจับจ้องผิวทุกส่วนในร่างกายของผม ไม่แม้แต่ส่วนที่เร้นลับที่สุด เพดานขาวเบื้องบนมีลวดลายพลิ้วเอนของเถาไม้เลื้อย แสงเงาพันเลื่อมให้มันมีมิติ
จากนั้นผม..ค่อยๆหลับตาลง
เมื่อคืนนี้เขาสัมผัสแบบไหน..ส่วนแรกที่เขาสัมผัส คือส่วนใด โลมไล้ด้วยแววตาพาร่างให้สั่นสะท้าน ทุกหยาดหยดของเขาลึกซ่อนในร่างเรือนของผม ไม่อยากจะปล่อยให้สักเสี้ยวที่เล็กที่สุดของเขาไปจากผม การกอดรัดของเขา ท่วงท่าเริงร้อนอย่างนี้----เขาจะทำกับผู้หญิงคนนั้นไหม? หล่อนคือผู้ทรงสิทธิอย่างถูกต้องและยังลูกสาวตัวน้อยของหล่อน ..ผู้มีรอยยิ้มใสอ่อนละมุน เพียงครั้งเดียวที่ผมได้เห็นพวกหล่อน..ครอบครัวของเขา
คำว่า –ผิด—ฟาดเปรี้ยงลงกลางใจ แห้งผากและโรยรา ความรู้สึกซีดกร่อนอยู่ภายใน มันบาดเถือกรีดแทงทุกความคิด..ผมเป็นใคร ผมต้องการอะไร...จะพร่ำร้องโวยวายเพื่ออะไร ลอบเสพสุขสมชั่วครั้งคราวก็ถือเป็นอเนกอนันต์ ทุกครั้งผมดิ้นรนให้หลุดจากบ่วง.. พยายามปีนป่ายจากหุบเหวแต่ผมก็พ่ายแพ้ลงแก่ตนเองโดยที่เขาไม่ต้องฉุดรั้งให้เปลืองแรง การต่อสู้ที่บางเบาจนแทบจะเป็นการปราชัยแลอัปยศ
ผม..อยากรู้เหลือเกิน หากว่าผมผ่านพ้นกรงขังนี้ไปได้
...เขา...จะไล่ล่าผมกลับมาไหม
...เขา...จะอาลัยในตัวผมในหน้าประวัติศาสตร์ของเขาไหม
...เขา...จะคิดถึงผมไหม
หากว่า.....ไม่?.
.
.
ความเจ็บปวดแล่นร้าวจากกลางอก..ทรมาน ผมไม่เคยรู้สึกอย่างนี้ ในชีวิตที่ว่างเปล่าของผมมีเพียงเขาที่เป็นแสงสว่าง ผมไม่เคยรู้จักความรู้สึกที่เหมือนดวงใจถูกทับถมด้วยก้อนหินหนักอึ้งนับหมื่นนับพัน จวบจนผมพบกับเขา... ทรมาวิญญาจากเบื้องลึก แผดเผาน้ำหล่อเลี้ยงให้มอดไหม้
แต่ที่แย่ที่สุด..คือผมยังหายใจผมทำถูกแล้วหรือ..ที่เลือกจะอยู่แบบนี้ สองคนนั้นไม่เคยรู้อะไรเลย...ดวงตากลมโตคู่นั้นสะท้อนโลกใบนี้อย่างพิสุทธิ์ หากว่าได้รับรู้เรื่องของผม..การดำรงตัวตนอยู่ของผม หล่อนจะมองโลกใบนี้เปลี่ยนไปอย่างไร..
หากว่าที่ตรงนั้นเป็นผมบ้าง..
หลับตาลงเพื่อสดับ ลมหายใจของผมเองทำให้นึกถึงความหวั่นไหวเมื่อคืน เสียงลมหายผ่อนหนักเบาของคนสองคนเป็นท่วงทำนองของกามารมณ์ ปิศาจราตรีลากเร้นไฟร้อนให้คุโชนทั้งที่กำลังรู้สึกผิดบาป มือของผมขยับไล้ตามผิวซ้ำรอยมือของเขา เปลือกตา..ที่ซึ่งเขาจรดริมฝีปากลงอย่างแผ่วเบา หายไป..ความคิดทั้งมวลหายไป เหลือเพียงกายและจิตในห้วงปรารถนา
ปลายนิ้วของผมเลื่อนไปตามส่วนโค้งเบื้องล่าง เนื้อผ้าลื่นสีเสียดผิวเปลือยช่วยโหมกลิ่นรัญจวนให้คละคลุ้ง ยกขาชันสูงและกำรอบส่วนอ่อนไหว มันอ่อนตัว..เมื่อแรกจับแต่ไม่นานมันก็ลุกตอบสนอง จะดีแค่ไหน..หากว่าเขาอยู่ตรงนี้ด้วย คอยสัมผัสหยอกเย้ายอดปลายอย่างเคย เรียวลิ้นร้อนที่พันลากหยักโค้ง ขบเน้นผิวอ่อนด้วยเขี้ยวคม เพียงจินตนาการก็พานพาให้กล้ามเนื้อบิดเกลียว ความรู้สึกซ่านฝันพาดผ่านหน้าท้องน้อย น้ำใสผุดปลายแสดงความพรั่งพร้อม ปลายนิ้วของผมวนเวียนอยู่ที่ช่องทางด้านหลังแต่ก็ลดมือลง เพลิงปรารถนามอดดับลงอย่างทันทีทันใดดังว่ามันไม่เคยเกิดขึ้น
มันทดแทนกันไม่ได้หรอก..
ผมอยากให้เขาอยู่ตรงนี้เหลือเกิน... หากไม่ใช่เขาผมคงไม่รู้สึกถึงขนาดนี้ เป็นคนที่จะปลุกปั่นและผลักไสผมได้..ต้องเป็นเขาเท่านั้น ต่อให้ต้องเล่นเกมไปจนตลอดคืนแต่สุดท้ายจะได้รับเพียงจูบหนึ่ง ผมก็ยินยอม..
.
.
รอและรอ
.
.
คืนนี้....เขาจะมาไหม?
+++
สิ้นสุดคำสารภาพ..